สาขานี้เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง?
การเรียนจะครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อให้ใช้งานอุปกรณ์จริงได้ ผสมผสานระหว่างศิลปะและการออกแบบ เข้ากับวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ครับ โดยเน้นไปที่การจัดการระบบมัลติมีเดียเพื่อสร้างประสบการณ์ในงานอีเวนต์ สื่อบันเทิง และการจัดแสดง
-
- ระบบเสียง (Audio System): เรียนรู้เรื่องอะคูสติก (Acoustics), การจัดวางลำโพง, การใช้มิกเซอร์ (Mixing Console), ไมโครโฟนประเภทต่างๆ, การบันทึกเสียง และการปรับแต่งเสียง (Sound Tuning) ให้เหมาะกับพื้นที่
-
- ระบบแสง (Lighting System): เรียนรู้การออกแบบแสงเพื่อสร้างอารมณ์ (Mood & Tone), การโปรแกรมบอร์ดควบคุมไฟ, การเลือกใช้โคมไฟประเภทต่างๆ (Moving Head, Par, Wash), และการใช้ซอฟต์แวร์จำลองแสง (3D Visualization)
-
- ระบบภาพและสื่อประสม (Visual & Multimedia): การควบคุมจอ LED, โปรเจกชันแมปปิ้ง (Projection Mapping) และการเชื่อมต่อระบบถ่ายทอดสด
-
- การออกแบบและการติดตั้ง (Design & Installation): การอ่านแบบไฟฟ้า, การคำนวณกำลังไฟ, ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง (Rigging) และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในงาน Event
จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง?
สายงานนี้กว้างกว่าที่หลายคนคิด เพราะทุกงานอีเวนต์หรืออาคารขนาดใหญ่ล้วนต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านนี้
-
- วิศวกร/ช่างเทคนิคระบบเสียง (Sound Engineer/Technician): ประจำสตูดิโอ, คอนเสิร์ต, หรือโรงละคร
-
- นักออกแบบแสง (Lighting Designer): ผู้ออกแบบการจัดวางและจังหวะของแสงในงานคอนเสิร์ต งานแต่งงาน หรือนิทรรศการ
-
- ผู้ควบคุมระบบภาพ (Video/System Engineer): ดูแลระบบจอ LED และการตัดต่อภาพสดในงานอีเวนต์
-
- เจ้าหน้าที่เทคนิคประจำสถานที่ (AV Technician): ดูแลระบบโสตทัศนูปกรณ์ในโรงแรม, หอประชุม หรือห้างสรรพสินค้า
-
- ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายและออกแบบระบบ (System Integrator): ให้คำปรึกษาและออกแบบการติดตั้งระบบแสง-เสียงให้แก่อาคารหรือหน่วยงานต่างๆ
-
- Creative Technologist: ผู้นำเทคโนโลยีแสงสีเสียงมาสร้างสรรค์งาน Art Installation หรือนิทรรศการสมัยใหม่
สถานประกอบการที่มีความร่วมมือ
เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติและทำงานในสายอาชีพนี้ ได้แก่บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมบันเทิงและระบบวิศวกรรม ไม่ว่าจะเป็นงานด้านระบบเสียง (Audio), ระบบแสง (Lighting), ระบบภาพ (Visual) และการออกแบบติดตั้งในงานอีเวนต์หรือคอนเสิร์ตต่างๆ
